สารบัญ
6 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ electrolux รุ่นไหนดี
1. Electrolux EP72-46DGA เครื่องฟอกอากาศขนาด 3.6 ลิตร พร้อมระบบควบคุมความชื้นและทิศทางลม สำหรับห้องขนาด 45 ตร.ม.
เครื่องฟอกอากาศ รุ่น UltimateHome 700 ขนาด 3.6 ลิตร พร้อมระบบควบคุมความชื้นและทิศทางลม สำหรับห้องขนาด 45 ตร.ม. กรองอากาศ ควบคุมความชื้น และหมุนเวียนอากาศ ระบบควบคุมการหมุนเวียนอากาศ Pure2Me แสดงผลคุณภาพอากาศ ทั้งภายในและภายนอกห้อง ผสมผสานการทำงานให้สอดคล้อง เพื่อให้ได้อากาศคุณภาพดี พร้อมควบคุมทิศทางลมได้ตามต้องการ หลับสบายได้ตลอดคืน เพื่อเช้าวันใหม่ที่สดชื่นมีพลัง ผ่านการรับรอง SGS ว่าช่วยบรรเทาอาการหายใจไม่สะดวกจากอาการแพ้ ด้วยการขจัดละอองเกสร และสารก่อภูมิแพ้อื่นที่ปนเปื้อนอยู่กับอากาศภายในบ้าน
คุณสมบัติ
- ด้วย 3 เทคโนโลยีการกรองอากาศ เซ็นเซอร์ PureZen, ตัวกรอง PureProtect และพัดลม Pure2me ผสมผสานการทำงานให้สอดคล้อง เพื่อให้ได้อากาศคุณภาพดี
- ระบบหมุนเวียนอากาศ Pure2Me พร้อมการกรองแบบ 2-in-1 กระจายลมได้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ห้อง
- ควบคุมและตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในบ้าน เพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพที่ดีต่อสุขภาพ ระบบกรอง PureProtect 5 ขั้นตอน ปกป้องบ้านคุณจาก แบคทีเรีย, ไวรัส สารก่อภูมิแพ้ และมลพิษภายในบ้าน
- ระบบ PureZen ควบคุมความชื้นให้อย่างพอเหมาะ ปรับสมดุลของความแห้งและความชื้น ให้คุณรู้สึกสบายตัวและสดชื่นเมื่ออยู่ในห้อง
- ออกแบบมาให้ดูแลง่าย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนไส้กรอง ที่สามารถติดตั้งได้ง่าย ทั้งยังตรวจสอบอายุการใช้งานไส้กรองได้จากแอปพลิเคชัน Electrolux App
ข้อสังเกต
- ขจัดเชื้อไวรัสได้ 99%
- เชื่อมต่อการทำงานผานแอปพลิเคชัน Electrolux App
- ตรวจสอบระดับฝุ่นละออง (PM1, PM2.5, PM10) และปริมาณสารอินทรีย์ระเหย (TVOCs) ภายในบ้าน
- ไส้กรองที่ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน และขจัดก๊าซ TVOC ที่เกิดจากสารเคมีภายในบ้าน
2. Electrolux EP53-45SWA เครื่องฟอกอากาศ พร้อมแผ่นกรอง HEPA13 สำหรับห้องขนาด 54 ตารางเมตร
เครื่องฟอกอากาศ จาก ELECTROLUX ที่ผ่านการรับรอง จาก SGS สามารถสร้างการหมุนเวียนอากาศได้อย่างมี ประสิทธิภาพทั่วทุกมุมห้อง โดยมาพร้อมประสิทธิภาพการก รองได้ถึง 4 ขั้นตอน PureProtect ที่ช่วยขจัดฝุ่นละออง ขนาดเล็กรวมถึงกลิ่น และสารพิษในอากาศที่เป็นอันตราย ต่อร่างกายพร้อมตัวกรอง HEPA13 ที่ช่วยลดจำนวนเชื้อ อให้คงเหลือไว้เพียงอากาศที่ แบคทีเรียได้ถึง 99.9% เพื่อให้คงเหลือ บริสุทธิ์ และดีต่อสุขอนามัยของคุณ
คุณสมบัติ
- มีประสิทธิภาพการกรองถึง 4 ขั้นตอน (Pre, Anti-bacterial HEPA, HEPA13, Activated Carbon)
- เซนเซอร์ตรวจจับฝุ่นละออง PM1, 2.5 และ 10 ซึ่งกรองละเอียดได้ถึง 0.3 ไมครอน
- สามารถเลือกปรับได้ 3 โหมด ได้แก่ Smart Mode, Sleep Mode และ Manual
- มีไฟแจ้งเตือนเปลี่ยนแผ่นกรอง และชุดกรองอากาศแนวตั้ง กรองได้ 360 องศา
- ใช้งานผ่านระบบสัมผัส พร้อมแสดงผลแบบ LED และ AQI Index
ข้อสังเกต
- อัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ (ค่า CADR) 419 ลบ.ม./ชม.
- ช่วยลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99.9%
- ปรับความแรงพัดลมได้ 5 ระดับ
- ผ่านการรับรองจาก SGS
3. Electrolux EP31-15GYA เครื่องฟอกอากาศแบบพกพา กรอง 4 ขั้นตอน พร้อม IonActive
สัมผัสอากาศที่สะอาดและสดชื่นรอบ ๆ ตัวด้วยเทคโนโลยี IonActive บนเครื่องฟอกอากาศ EP31-15GRA ลดเชื้อแบคทีเรียจากการปล่อยไอออนประจุลบกว่า 2 ล้านตัวต่อตารางเซนติเมตร เพื่อให้คุณมีพลังการทำงานที่สดชื่น และเติมบรรยากาศที่สดใสเหมือนได้พักผ่อน มากกว่าอีกขั้นด้วยระบบการกรอง PureProtect แบบ 4 ขั้นตอน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่การใช้งานระยะ 4 ตร.ม. โดดเด่นด้วยการออกแบบรูปทรงสไตล์สแกนดิเนเวียน ให้ความมินิมอล พร้อมขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวกด้วยหูหิ้วสายหนัง
คุณสมบัติ
- เทคโนโลยี IonActive สามารถปล่อยไอออนประจุลบ 2 ล้านตัวต่อตร.ซม. ช่วยลดเชื้อแบคทีเรียในอากาศ
- ระบบการกรอง 4 ขั้นตอน ได้แก่ Pre-Filter, เคลือบสารต้านแบคทีเรีย, ฟิลเตอร์ E11 และ Ionizer
- เลือกความเร็วพัดลมได้ 3 ระดับ พร้อมทำงานเงียบด้วยระดับเสียงเพียง 43 เดซิเบล (Level 3)
- รองรับการหยดน้ำหอมหรือน้ำมันหอมระเหยลงในช่องเติม เพื่อกระจายความหอมให้ทั่วถึง
- ออกแบบขนาดกะทัดรัด มีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการแขวนและพกพาด้วยสายหนังสีเบจ
- รูปทรงดีไซน์พิเศษ รองรับการวางตั้งและวางนอน เพื่อให้ได้ทิศทางที่ต้องการ
ข้อสังเกต
- เหมาะสำหรับตั้งวางภายในห้องขนาดไม่เกิน 4 ตารางเมตร
- อัตราการส่งผ่านอากาศบริสุทธ์ (CADR) ≥12
- ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่นผง (%) >99%
- ระดับความดังเสียง (dB) ≤43
4. Electrolux EP53-46UGA เครื่องฟอกอากาศ พร้อมแผ่นกรอง HEPA13 สำหรับห้องขนาด 54 ตารางเมตร
Electrolux EP53-46UGA เครื่องฟอกอากาศที่มีระบบกรอง 5 ขั้นตอน PureProtect ซึ่งอากาศจะไหลเวียนผ่าน ไส้กรองพรีฟิลเตอร์, สารเคลือบป้องกันแบคทีเรีย, ไส้กรอง HEPA13, ไส้กรองคาร์บอน และแสง UV-C ขจัดเชื้อแบคทีเรียได้ 99.98%¹ และขจัดเชื้อไวรัส H1N1 ได้ 99.99%² กรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน ผ่านการรับรอง SGS ว่าช่วยบรรเทาอาการหายใจไม่สะดวกจากอาการแพ้ ด้วยการขจัดละอองเกสร และสารก่อภูมิแพ้อื่นที่ปนเปื้อนอยู่กับอากาศภายในบ้าน เพื่อให้บ้านของคุณมีอากาศที่สะอาด สดชื่นและดีต่อสุขภาพ
คุณสมบัติ
- ระบบ AirSurround ควบคุมการหมุนเวียนของอากาศภายในห้องแบบหมุนเกลียว ที่ทรงพลังแต่นุ่มนวล ด้วยช่องปล่อยอากาศแบบเกลียวช่วยให้การกรองอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- ผ่านการรับรอง SGS ว่าช่วยบรรเทาอาการหายใจไม่สะดวกจากอาการแพ้ ด้วยการขจัดละอองเกสร และสารก่อภูมิแพ้อื่นที่ปนเปื้อนอยู่กับอากาศภายในบ้าน
- เพิ่มการปกป้อง ด้วยแสง UV-C ซึ่งขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้ 99.99%¹
- ไส้กรอง Activated Carbon ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์และก๊าซที่เป็นอันตราย ¹ อาทิ สารอินทรีย์ระเหย TVOCs ที่อยู่ใน สี น้ำยาทำความสะอาด และควันบุหรี่ ได้ 94%
- ออกแบบมให้การใช้งานง่าย การเก็บสายไฟที่สะดวก หน้าจอระบบการเซ็นเซอร์ และการเปลี่ยนไส้กรองอากาศที่เพียงแค่กดปุ่ม
ข้อสังเกต
- สามารถขจัดควัน AHAM ค่า CADR 200 ลบ.ม. / ชม. ¹ ใช้เวลาเพียง 15 นาที
- ผ่านการรับรอง SGS ว่าช่วยบรรเทาอาการหายใจไม่สะดวกจากอาการแพ้
- กรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน
- เสียงขณะเครื่องทำงาน 20 เดซิเบล
- ขจัดเชื้อไวรัส H1N1 ได้ 99.99%
5. Electrolux FA31-200WT เครื่องฟอกอากาศ ขนาด 26 ตรม. กรอง 4 ขั้นตอน HEPA
เครื่องฟอกอากาศ Electrolux FA31-200WT มีระบบกรองอากาศ 4 ขั้นตอน โดยมีตัวกรอง HEPA ที่ช่วยดักจับฝุ่นขนาดเล็กและอนุภาคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับห้องขนาด 26 ตร.ม. ตัวเครื่องมีสีขาวเรียบง่ายและทันสมัย สามารถใช้งานได้สะดวก พร้อมฟังก์ชั่นปรับความเร็วลมที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและความต้องการในการฟอกอากาศ ช่วยให้ห้องที่มีอากาศถ่ายเทไม่ดี หรือมีมลพิษต่ำอย่างฝุ่น PM2.5 ได้รับการฟอกอากาศที่สะอาดขึ้น เพิ่มความสดชื่นและปลอดภัยให้กับการหายใจทุกวัน
คุณสมบัติ
- ระบบกรอง 4 ขั้นตอน: ประกอบด้วยกรองชั้นต่างๆ ที่ช่วยขจัดฝุ่น, ขนสัตว์, แบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้
- กรอง HEPA: สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน รวมทั้งฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การปรับความเร็วลม: สามารถปรับระดับการทำงานของพัดลมให้เหมาะสมกับความต้องการ
- ประสิทธิภาพในการกรอง: กรองอากาศให้สะอาดและสดชื่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟอกอากาศในพื้นที่ที่มีมลพิษ
- การเปลี่ยนตัวกรองและทำความสะอาดง่าย ไม่ยุ่งยาก
- ทำงานได้เงียบ ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ข้อสังเกต
- เครื่องฟอกอากาศสำหรับห้องขนาด 23-26 ตรม.
- CADR 203 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง (JEM1467)
- ชุดกรองอากาศแนวตั้ง กรองได้ 360 องศา
- ปรับความแรงพัดลมได้ 3 ระดับ
- ไฟแจ้งเตือนเปลี่ยนแผ่นกรอง
6. Electrolux PA91-406GY เครื่องฟอกอากาศPM2.5 สำหรับห้องขนาด 60 ตร.ม.
เครื่องฟอกอากาศ Electrolux PA91-406GY ออกแบบมาเพื่อการฟอกอากาศในห้องขนาดใหญ่ถึง 60 ตร.ม. โดยสามารถกรองฝุ่น PM2.5 และมลพิษต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีการกรอง 3 ขั้นตอน รวมถึงตัวกรอง HEPA ที่ช่วยดักจับฝุ่นขนาดเล็กและสารก่อภูมิแพ้ ตัวเครื่องยังมีฟังก์ชั่น Smart Sensor ที่สามารถตรวจจับคุณภาพอากาศและปรับการทำงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ พร้อมระบบการทำงานที่เงียบไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
คุณสมบัติ
- Smart Sensor: ระบบเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับคุณภาพอากาศและปรับการทำงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
- ระบบกรอง 3 ขั้นตอน: ประกอบด้วยกรอง HEPA, กรองคาร์บอน และกรองหยาบ ช่วยกรองอากาศอย่างครบวงจร
- ตัวกรองที่สามารถถอดและล้างได้: ช่วยให้การดูแลรักษาและเปลี่ยนตัวกรองเป็นเรื่องง่าย
- แสดงสถานะคุณภาพอากาศ: มีไฟแสดงสีแสดงสถานะของคุณภาพอากาศในห้อง
- การตั้งค่าอัตโนมัติ: สามารถปรับการทำงานได้ตามสภาพอากาศที่ตรวจจับได้
- ฟังก์ชั่นการทำงานเงียบ: ทำงานได้เงียบ ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ข้อสังเกต
- เซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นละออง PM1, 2.5 และ 10
- ประสิทธิภาพแผ่นกรอง HEPA 13 และ Ionizer
- CADR = 400 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง
- ปรับความแรงลม 9 ระดับ
- มี Remote Control
ข้อพิจารณาในการเลือก เครื่องฟอกอากาศ
1. ขนาดห้องและค่า CADR
- ขนาดห้อง: ก่อนอื่นเลย คุณต้องรู้ขนาดห้องที่ต้องการจะวางเครื่องฟอกอากาศ เพื่อเลือกเครื่องที่มีขนาดและประสิทธิภาพการทำงานที่เหมาะสม
- ค่า CADR: ค่า Clean Air Delivery Rate หรือ CADR เป็นตัวบ่งบอกปริมาณอากาศที่เครื่องฟอกอากาศสามารถทำความสะอาดได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ยิ่งค่า CADR สูง เครื่องก็จะยิ่งทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. เทคโนโลยีการกรอง
- แผ่นกรอง HEPA: กรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง PM2.5
- แผ่นกรองคาร์บอน: ดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น กลิ่นบุหรี่ กลิ่นอาหาร
- แผ่นกรองโพลีฟีนอล: ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส
- เทคโนโลยี Ionizer: ปล่อยประจุลบเพื่อจับอนุภาคฝุ่นละออง
3. ระดับเสียง
- โหมดกลางคืน: ควรเลือกเครื่องที่มีโหมดกลางคืนเพื่อลดระดับเสียงให้เงียบที่สุด เหมาะสำหรับห้องนอน
- เสียงรบกวน: พิจารณาถึงระดับเสียงขณะทำงาน หากมีเสียงดังเกินไปอาจรบกวนการพักผ่อน
4. ฟังก์ชันเสริม
- เซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศ: ช่วยให้เครื่องปรับระดับการทำงานตามสภาพอากาศจริง
- ไทเมอร์: ตั้งเวลาเปิด-ปิดเครื่องได้
- การเชื่อมต่อ Wi-Fi: ควบคุมเครื่องผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน
5. การบำรุงรักษา
- การเปลี่ยนแผ่นกรอง: แผ่นกรองต้องเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การทำความสะอาด: ทำความสะอาดตัวเครื่องเป็นประจำ
6. งบประมาณ
- เปรียบเทียบราคา: เปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติของแต่ละรุ่น
- คุ้มค่า: เลือกเครื่องที่คุ้มค่ากับราคาและตอบโจทย์ความต้องการของคุณ
7. แบรนด์และความน่าเชื่อถือ
- เลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียง: มักจะมีมาตรฐานและการรับประกันที่ดี
- อ่านรีวิว: อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจ
สรุป การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นขนาดห้อง เทคโนโลยีการกรอง ฟังก์ชันเสริม และงบประมาณ การพิจารณาอย่างรอบคอบจะช่วยให้คุณเลือกเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้มากที่สุด






